ข้อมูลทางวัฒนธรรมและสื่อในการนำเสนอทางด้านต่าง ๆ ทุกมุมโลก

“สื่อ” ถือเป็นกระจกสะท้อนสภาพของสังคม

“สื่อ” ถือเป็นกระจกสะท้อนสภาพของสังคม เปรียบเสมือนเครื่องมือที่มีบทบาทสำคัญต่อการสร้างค่านิยม เจตคติ การรับรู้ของประชาชนในสังคม และมียังผลต่อการสร้างอัตลักษณ์ของชาติ สื่อนำเสนอข้อมูลข่าวสารออกมาในลักษณะใด สภาพสังคมย่อมแสดงออกมาในลักษณะนั้นเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น ถ้าประเทศไทยมีการใช้สื่อเป็นเครื่องมือในการถ่ายทอดวัฒนธรรมอันดีงาม โดยการนำเสนอผ่านแง่มุมของครอบครัว มิตรภาพ คุณธรรม และความรักที่สวยงาม นำไปสู่การสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศในสายต่อของคนต่างชาติ สะท้อนให้ผู้ชมรับรู้ถึงความอ่อนโยนของวัฒนธรรมของเรา ก็อาจทำให้เกิดเป็นกระแส “ไทยฟีเวอร์” ในหลายประเทศทั่วโลก ได้เหมือนกับกระแสฟีเวอร์ของประเทศอื่นๆ ได้เหมือนกัน ในภาวะที่เราต้องใช้ชีวิตประจำวันอยู่ในสังคมบริโภคนิยมข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสินค้า ผลิตภัณฑ์ บริการต่างๆ ตลอดจนความเชื่อค่านิยม อีกทั้งด้านการบ้านการเมืองไหลบ่าถาโถมเข้าใส่เราจนตั้งตัวไม่ติด มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องมี “สติและปัญญา” ในการเลือกรับข่าวสาร ไตร่ตรอง และใช้ข้อมูล เหล่านั้นให้เกิดประโยชน์ คนที่รู้เท่าทันสื่อ จะมีทางเลือกมากขึ้นในการบริโภคและการใช้ชีวิตประจำวัน เพราะรู้ว่าจะจัดการกับสื่อและสารต่างๆ ที่ถาโถมเข้ามาหาเราด้วยมุมมองแบบไหน (สามารถต่อรองกับด้านลบของสื่อ และนำเอาด้านบวกจากสื่อมาใช้) ยิ่งกว่านั้น การรู้เท่าทันสื่อยังเป็นการเพิ่มพลังและอำนาจให้แก่ตัวเอง ในการควบคุมความเชื่อและพฤติการณ์ส่วนตัวของเราได้ เช่น ไม่เชื่อตามโฆษณา ว่าคุณค่าหรือความงามอยู่ที่ผิวขาวหรือผมสวย จึงไม่จำเป็นต้องซื้อสินค้าด้วยเหตุผลนั้น แต่ดูคุณภาพและประโยชน์จริงๆ ของสินค้า เป็นต้น การรู้เท่าทันสื่อ ยังนำไปสู่การตระหนักในสิทธิการสื่อสารของประชาชนและทำให้เราสามารถสื่อสารได้อย่างสร้างสรรค์ ซึ่งเท่ากัับเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับโครงสร้างประชาธิปไตยของสัมคมอีกด้วย

ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีต่อประเพณีวัฒนธรรมไทย

ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีผลกระทบต่อวิถีชีวิตของเราอย่างมาก ทำให้ต้องปรับตัวเพื่อให้สามารถดำเนินชีวิตเข้ากับความก้าวหน้าที่พุ่งเข้าหาตัวเรา ไม่ว่าเราจะอยู่ส่วนไหน เราก็จะได้รับผลกระทบเหล่านั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การนำแรงงานเครื่องจักรกลมาแทนแรงงานคนและควาย ทำให้ความสัมพันธ์ทางการผลิตหายไปจากเอามื้อเอาแรงเป็นค่าจ้าง พิธีกรรมบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับข้าวและการทำนาก็เริ่มหายไปเทคโนโลยีจึงเข้ามาแทนที่บทบาทหน้าที่ของพิธีกรรม การสวดมนตร์อ้อนวอนต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือการบวงสรวงบูชาเพื่อขอฝนได้หายไปจากวิถีชีวิต กลายเป็นเทคโนโลยีของการชลประทานแทนที่เป็นต้น นอกจากนั้น ประเพณีและพิธีกรรมพื้นบ้านที่เกี่ยวกับข้าว ก็กำลังจะหายไปหรือหายไปแล้วหรือเปลี่ยนแปลง เพื่อการคงอยู่ของพิธีกรรมนั้น ๆ เช่น ประเพณีบุญคูนลานในปัจจุบันประเพณีนี้ค่อย ๆ เลือนหายไป เนื่องจากไม่ค่อยมีผู้สนใจประพฤติและปฏิบัติกันประกอบกับในทุกวันนี้ชาวนาไม่มีลานนวดข้าวเหมือนเก่าก่อน เมื่อเกี่ยวข้าวเสร็จและมัดข้าวเป็นฟ่อนๆ แล้ว จะขนมารวมกันไว้ ณ ที่หนึ่งของนา โดยไม่มีลานนวดข้าว หลังจากนั้นก็ใช้เครื่องสีข้าวมาสีเมล็ดข้าวเปลือกออกจากฟางลงใส่ในกระสอบและในปัจจุบันมีการใช้รถไถนาและเครื่องสีข้าว จึงทำให้ประเพณีคูณลานนี้เลือนหายไปแต่ก็มีหมู่บ้านบางแห่งที่ยังรวมกันทำบุญโดยนำข้าวเปลือกมากองรวมกัน เรียก “บุญกุ้มข้าวใหญ่ หรือ ประเพณีไทยอีสาน บุญประทายข้าวเปลือก แทนการทำบุญคูณลาน ซึ่งนับว่าเป็นการประยุกต์ใช้ “ฮีตสิบสอง คองสิบสี่”ให้เหมาะกับกาลสมัย แต่ในปัจจุบันนี้ ก็ได้มีการฟื้นฟูวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมที่มีความสัมพันธ์อันดีกับธรรมชาติ เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตพอเพียงในปัจจุบัน ตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อความมั่นคงและยั่งยืนของชีวิตนั่นเอง

บทบาทของสื่อกับการเปลี่ยนแปลงโลก

ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศมีบทบาทเป็นอย่างมากต่อระบบเศรษฐกิจ การเมือง เทคโนโลยี สังคมและวัฒนธรรมของโลกไปอย่างสิ้นเชิง การเข้ามาของสื่อใหม่ อย่างเช่น Facebook Twitter Youtube และอื่นๆ ในการติดต่อสื่อสาร สิ่งสำคัญที่ทำให้สื่อใหม่ เข้าถึงกลุ่มคนได้มากขึ้นก็คืออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่มีราคาถูกลงมาก โทรศัพท์มือถือที่อุดมไปด้วย Multi Media ทั้งการจัดเก็บไฟล์ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว ไฟล์เสียง การให้บริการอินเตอร์เน็ทความเร็วสูงที่มีการแข่งขันกันมากขึ้น สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ทำให้สื่อใหม่เข้าถึงประชาชนได้กว้างขวางขึ้นสำหรับบทบาทสื่อใหม่ด้านการเมือง เช่นกรณีการลุกขึ้นมาเรียกร้องประชาธิปไตย นอกจากนี้ความเปลี่ยนทางด้านเศรษฐกิจที่มีสื่อใหม่เป็นช่องทางในการสื่อสาร โดยเข้ามามีบทบาทกับการค้า การลงทุน เป็นอย่างมาก สามารถเชื่อมโยงโลกการค้าจากทั่วทุกภูมิภาค เชื่อมโยงจากโลกหนึ่งมาสู่อีกโลกหนึ่งได้อย่างง่ายดาย ทำให้เกิดการการค้า การลงทุนร่วมกัน ทำให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมาก นอกจากการลงทุนในตลาดหุ้น ตลาดทองคำ ตลาดน้ำมัน ที่เป็นปัจจัยสำคัญทางด้านเศรษฐกิจแล้ว สื่อใหม่ ยังเป็นช่องทางการให้เกิดการซื้อขายสินค้าได้ทั่วโลก ทั้งนี้สื่อใหม่ยังมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางด้านวัฒนธรรม เช่น ท่าถ่ายรูปสุดฮิตที่กำลังเป็นที่นิยมในโลกอินเตอร์เน็ต และได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายไปทั่วโลก จะเห็นได้ว่าเครือข่ายสารสนเทศและความก้าวล้ำทางเทคโนโยลีคอมพิวเตอร์นั้นมีพลังและบทบาทต่อการสื่อสารและสร้างความมั่งคั่งให้กับมนุษยได้เป็นอย่างมากเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการเมือง เศรษฐกิจและวัฒนธรรม ที่สามารถเชื่อมโยงโลกโดยสามารถติดต่อสื่อสารถึงกันและกัน เป็นโลกไร้พรมแดน ถึงแม้ว่าโลกาภิวัตน์จะนำความเจริญรุ่งเรือง ความทันสมัย มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการติดต่อสื่อสาร โดยเฉพาะการใช้สื่อใหม่แต่ก็มีทั้งข้อดี และ ข้อเสียเช่นเดียวกัน เพราะหากผู้ใช้นำสื่อใหม่ไปใช้ทางที่ผิด อาจส่งผลกระทบต่างๆได้ แต่หากนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์

บทบาทเทคโนโลยีการสื่อสารกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม

ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีการสื่อสารและการคมนาคมภายใต้ระบบทุนนิยมโลกถือเป็นหัวใจสำคัญของโลกานุวัตร ระบบการสื่อสารช่วยส่งผ่านประสบการณ์ วิถีชีวิต และวัฒนธรรม วัตถุนิยมจากสากลมาผนวกรวมเข้ากับท้องถิ่น ก่อให้เกิดกระบวนการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม ค่านิยม และระบบคุณค่าต่างๆในสังคมไทย ลักษณะของโลกานุวัตรก่อให้เกิดความฉาบฉวยชั่วแล่น ทั้งในแง่ของรสนิยมการบริโภคและการใช้ชีวิต อีกทั้งยังทำให้บางสิ่งบางอย่างเลือนหายไปจากจิตสำนึกของบุคคล อาทิ ความรู้สึกสงบ ความต่อเนื่องมั่นคง ความผูกพันที่ลึกซึ้งกับผู้อื่น รวมถึงความผูกพันกับเวลาและสถานที่ และผลของมันก็คือ การเปลี่ยนแปลงวิธีคิด เปลี่ยนวิธีการมองความจริง เปลี่ยนแบบแผนในการใช้ชีวิตประจำวันของปัจเจกบุคคล และเปลี่ยนแบบแผนประเพณีต่างๆที่เคยปฏิบัติสืบทอดกันมา จำเลยที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นอันดับหนึ่งในสายตาของนักการสื่อสาร คงจะหนีไม่พ้น “สื่อมวลชน” (Mass Media) ตามความคิดตามทฤษฎีสังคมมวลชน และเศรษฐศาสตร์การเมือง สื่อมวลชนถือเป็นกลไกหลักในการกระตุ้นให้สภาพสังคมชนบทเปลี่ยนแปลงไปเป็นสภาพสังคมเมือง หากมองถึงบริบทของพฤติกรรมโดยตัดเรื่องสภาพทางภูมิศาสตร์ของท้องถิ่นออกไป พฤติกรรมของคนในเขตพื้นที่ห่างไกลจากตัวเมืองก็เริ่มที่จะคล้ายกับคนที่ใช้อยู่ในเมืองมากขึ้นทุกทีเห็นได้จากตัวอย่างที่กล่าวไปแล้ว และเมื่อพิจารณาขึ้นไปอีกถึงความเป็นตัวแทนของสื่อมวลชนที่ทำหน้าที่อยู่ในสังคมก็คงต้องมองว่าสื่อมวลชนทำหน้าที่เพื่อสังคม กลุ่มนักการเมือง หรือกลุ่มนายทุน คำตอบคงขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคน แต่บทบาทในการสื่อสารของสื่อมวลชนคงจะหลีกหนีไม่พ้นเรื่องของ “อำนาจ” หลายคนคงเคยได้ยินว่าการสื่อสารคืออำนาจ ใครก็ตามที่สามารถสื่อสารได้รวดเร็ว กว้างขวาง เข้าถึง คนจำนวนมากได้เท่าไหร่ คนผู้นั้นก็ย่อมจะมีอำนาจมากเท่านั้น เรื่องเหล่านี้นักการตลาดน่าจะเป็นผู้เข้าใจได้มากที่สุด เพราะหากการสื่อสารสามารถเข้าถึงในระดับปัจเจกบุคคลได้รวดเร็วเท่าไหร่ นั่นเท่ากับว่ากระบวนการสร้างความหมายและการโน้มน้าวใจได้เกิดขึ้นแล้ว เพราะฉะนั้นการจะชักจูงให้เกิดพฤติกรรม หรือการสร้างทัศนคติ อุดมการณ์ย่อมถูกแฝงไปในการสื่อสารเหล่านั้นด้วย สิ่งที่จำเป็นที่สุดที่จะนำพาอุดมการณ์ ทัศนคติที่ถูกปรุงแต่งแทรกอยู่ในเนื้อหาของสื่อมวลชนได้แนบเนียนเป็นอย่างดี นั่นก็คือ เทคโนโลยีการสื่อสาร

ความเบี่ยงเบนทางวัฒนธรรมในสังคมไทยบนอินเทอร์เน็ต

วัฒนธรรม เป็นแนวปฏิบัติของสังคมซึ่งเป็นการแสดงออกถึงแนวคิดที่สังคมเห็นพ้องว่าเป็นสิ่งที่ดีงามสมควรได้รับการปฏิบัติต่อเนื่องกัน จนกลายเป็นวัฒนธรรมซึ่งมีค่าบังคับในทางสังคม จนเรียกได้ว่าเป็นจารีตประเพณีของสังคม แม้อาจจะไม่มีค่าบังคับทางกฎหมายแต่กลับมีผลบังคับในทางธรรมชาติสังคมนั้นๆ นับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน สังคมมีไทยการความแปรเปลี่ยนของวัฒนธรรมมาอย่างต่อเนื่อง และมีลักษณะการแปรเปลี่ยนอย่างค่อยเป็นค่อยไปสาเหตุหลักของความแปรเปลี่ยนของวัฒนธรรมในสังคมเกิดขึ้นจาก การแพร่กระจายของค่านิยมหรือวัฒนธรรมจากบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือของสังคมใดสังคมหนึ่งเข้ามายังสังคมอีกสังคมหนึ่ง และค่านิยมนั้นได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายจนถึงขึ้นไปลดระดับค่าของวัฒนธรรมเดิมหรือเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมเดิมจนกลายเป็นวัฒนธรรมใหม่ในสังคมนั้นๆ ยกตัวอย่างเช่น เรื่องของแฟชั่นเครื่องแต่งกาย ค่านิยมในเรื่องการทดลองอยู่ด้วยกันก่อนแต่งงาน เป็นต้น อินเทอร์เน็ตก่อให้เกิดความเบี่ยงเบนได้อย่างไร แต่การแพร่กระจายตัวของค่านิยมหรือวัฒนธรรมแบบเดิมโดยใช้สื่อสารสนเทศแบบเดิมเช่น โทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ นิตยสารต่างๆ ซึ่งเป็นสื่อสารสนเทศแบบสื่อสารด้านเดียวนั้น และสามารถถูกควบคุมหรือจำกัดทางด้านเนื้อหาจากรัฐได้นี้เอง ทำให้การแพร่กระจายตัวของค่านิยมหรือวัฒนธรรมจากสังคมอื่นเป็นไปอย่างช้า กระบวนการในซึมซับวัฒนธรรมจากสังคมอื่นไม่เป็นไปแบบก้าวกระโดด อินเทอร์เน็ตจึงเป็นเครื่องมือในการแสดงออกซึ่งความคิดเห็นของมนุษย์ได้อย่างเสรี ทำให้มนุษย์ในสังคมไทยสามารถที่จะวิพากษ์หรือวิจารณ์ซึ่งแนวคิดของตนต่อบุคคลอื่นในที่สาธารณะได้อย่างชัดเจน แต่กลับพบว่ามนุษย์ใช้อินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การแสดงออกซึ่งพฤติกรรมในมุมมืดที่มนุษย์คนใดคนหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งไม่สามารถที่จะแสดงออกซึ่งพฤติกรรมที่แปลกประหลาดถึงขั้นที่สังคมไม่อาจยอมรับได้ในช่วงเวลานั้นสามารถเป็นไปได้ ในที่สุดแล้วบนโลกอินเทอร์เน็ตมนุษย์นอกจากจะเป็นสถานที่ที่ใช้ในการแสดงออกซึ่งพฤติกรรมฝ่ายสูงแล้วยังเป็นสถานที่ที่มนุษย์สามารถแสดงออกซึ่งพฤติกรรมฝ่ายต่ำได้ในทุกรูปแบบโดยไม่ได้รับการกดทับหรือครอบด้วยศีลธรรมหรือวัฒนธรรมที่ดีงามของสังคมอีกต่อไป ดังนั้น พฤติกรรมของการแสดงออกซึ่งพฤติกรรมที่เป็นปฏิปักษ์กับวัฒนธรรมที่ดีงามของสังคมไทยจึงมีแนวโน้มในการเพิ่มปริมาณมากขึ้นเพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการแสดงออกซึ่งพฤติกรรมฝ่ายต่ำเหล่านั้น