ข้อมูลทางวัฒนธรรมและสื่อในการนำเสนอทางด้านต่าง ๆ ทุกมุมโลก

การประกันภัยรถยนต์เป็นสิ่งที่ให้ความคุ้มครองผู้จัดทำ

การประกันภัยรถยนต์เป็นสิ่งที่ให้ความคุ้มครองผู้จัดทำในกรณีที่ผู้จัดทำประกันภัยรถยนต์ขับรถยนต์คันที่ได้ระบุจำเพาะเจาะจงไว้เมื่อตอนที่ได้มีการจัดทำประกันภัยรถยนต์กับตัวแทนขายประกันภัยรถยนต์ของบริษัทที่ทำธุรกิจการประกันภัยรถยนต์ต่างๆไปสร้างความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย อนามัย และ/หรือทรัพย์สินต่างๆทั้งของตนเองและผู้อื่น (โดยจะมีการเน้นในความคุ้มครองต่อคู่กรณีมากกว่าบุคคลเจ้าของรถผู้ซึ่งจัดทำประกันภัยโดยขึ้นอยู่กับประเภทและชนิดของการประกันภัยรถยนต์ที่ได้มีการจัดทำให้กับรถยนต์คันหนึ่งๆ) โดยค่าใช้จ่ายในการจัดทำประกันภัยรถยนต์นี้ขึ้นมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับว่าประกันภัยรถยนต์นั้นๆให้ความคุ้มครองครอบคลุมความเสียหายต่างๆที่เกิดขึ้นมากน้อยเพียงไร ทั้งนี้บริษัทที่ทำธุรกิจการประกันภัยรถยนต์นั้นก็มีวิธีการคำนวณค่าใช้จ่ายกับความเสี่ยงต่างๆที่แตกต่างกัน ทำให้การประกันภัยรถยนต์ในระดับเดียวกันของแต่ละบริษัทที่ทำธุรกิจการประกันภัยรถยนต์นั้นมีราคาในการจัดทำที่แตกต่างกัน จำนวนเงินชดเชยความเสียหายต่างๆที่เกิดขึ้นก็จะแตกต่างกันไปเล็กน้อยถึงปานกลางในแต่ชนิดและประเภทของการทำประกันภัยรถยนต์ต่างๆ แต่ความแตกต่างเรื่องจำนวนเงินในการจัดทำประกันภัยรถยนต์นี้ก็ส่งผลไปถึงจำนวนเงินชดเชยให้กับความเสียหายต่างๆที่แตกต่างกันด้วยเช่นกันดังนั้นก่อนที่ท่านจะตัดสินใจทำประกันภัยรถยนต์กับบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการประกันภัยรถยนต์ใดๆท่านควรที่จะศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจให้รอบคอบเสียก่อนเพื่อให้ได้การประกันภัยรถยนต์ที่ตรงตามความต้องการของท่านมากที่สุด การประกันภัยรถยนต์นั้นสามารถแบ่งออกได้เป็นสองประเภทตามการบังคับของกฎหมายในช่วงแรกๆ ซึ่งกฎหมายที่กล่าวถึงนี้ได้แก่พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถพ.ศ.๒๕๓๕ อันเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกันภัยรถยนต์โดยเฉพาะที่มีการตราขึ้นมา การประกันภัยรถยนต์ทั้งสองประเภทที่กล่าวถึงไว้ข้างต้นนั้นก็คือการประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับและการประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจที่สามารถแยกย่อยออกมาได้อีกสามถึงสี่ชนิดได้แก่การประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจชั้นหนึ่ง การประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจชั้นสอง การประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจชั้นสาม และสุดท้ายคือการประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจชั้นบวก การประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจชั้นบวกนั้นสามารถพบเห็นได้เป็นส่วนเพิ่มเติมของการประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจชั้นสองและการประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจชั้นสาม เรียกว่าการประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจชั้นสองบวก และการประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจชั้นสามบวก ความคุ้มครองที่มีการเพิ่มเติมให้โดยการประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจชั้นบวกนี้จะเกี่ยวข้องกับความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อตัวรถยนต์คันที่จัดทำประกันภัยและคู่กรณี ในกรณีที่เกิดขับรถไปก่อให้เกิดการเฉี่ยวชนกับรถคันอื่นๆ

วัฒนธรรมกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีการสื่อสารและการคมนาคมภายใต้ระบบทุนนิยมโลกถือเป็นหัวใจสำคัญของโลกานุวัตร ระบบการสื่อสารช่วยส่งผ่านประสบการณ์ วิถีชีวิต และวัฒนธรรม วัตถุนิยมจากสากลมาผนวกรวมเข้ากับท้องถิ่น ก่อให้เกิดกระบวนการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม ค่านิยม และระบบคุณค่าต่างๆในสังคมไทย วัฒนธรรมในปัจจุบันไม่ได้อยู่ในรูปของพฤติกรรม ศิลปะ ขนบธรรมเนียม หรือความเชื่อเท่านั้น แต่วัฒนธรรมเป็นสิ่งที่มีพลังอำนาจสามารถกระทำการสร้างอำนาจหรือความชอบธรรมไดด้วย ในช่วงสมัยที่มารช่วงชิงอำนนาจเพื่อครอบงำระชากรโลก วัฒนธรรมคือกลไกในการเผยแพร่อุดมการณ์ได้เป็นอย่างดี แต่ในสมัยที่ความแตกต่างของอุดมการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจลดความสำคัญลง สิ่งที่ปรากฎให้เห็นเด่นชัดคือ การลดความสำคัญของวัฒนธรรมรัฐชาติ วัฒนธรรมกลุ่มย่อยต่างๆ ปราะกฎรูปแบบชัดเจนมากขึ้น จนเกิดการยอมรับความคิดเรื่องความหลากหลายทางวัฒนธรรม การขยายตัวของระบบเศรษฐกิจการตลาด การขยายตัวของวิธีการสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมุลรูปแบบต่างๆ ทำให้รัฐชาติถูกลดอำนาจทางเศรษฐกิจลงเกือบสิ้นเชิง อำนาจทางการเมืองก็ลดลงโดยปริยาย เมื่อการขยายตัวของวัฒนธรรมที่หลากหลายประสานกับการขยายตัวของเศรษฐกิจการตลาดข้ามชาติ มีผลในการลดบทบาทของรัฐชาติในการปกครอง รูปแบบการบริหารปกครองจึงต้องปรับเปลี่ยนจากการปกครองในระบบ “ผู้ปกครองผู้ใต้ปกครอง” มาเป็นระบบการบริหารจัดการโดยประชาชน บนพื้นฐานความแตกต่างของกลุ่มชนเนื่องจากความหลากหลายทางวัฒนธรรม และเมื่อสังคมสมัยใหม่ที่เป็นสังคมที่หลากหลาย ซับซ้อน และมีพลังพลวัตร วิธีการบริหารจัดการก็จำเป็นที่จะต้องหลากหลาย ซับซ้อนในรูปเครือข่ายและเชื่อมโยงหลายทิศทาง องค์กรสังคมที่เกิดขึ้นจากหลายรูปแบบน่าจะเป็นกลุ่มองค์กรที่มีพลังเข้ามาทำหน้าที่แทนองค์กรรัฐชาติได้อย่างดี วัฒนธรรมอาจจะมีความแตกต่างกันได้ทั้งในระดับแนวนอนและแนวตั้ง โดยสาระแล้ว ความแตกต่างที่แท้จริงก็คือ ระหว่าง สิ่งที่เรียกว่าวัฒนธรรมที่เป็นไปตามแนวนอนและแนวตั้ง ซึ่งไม่ได้หมายความถึงความเท่าเทียมกันทางวัฒนธรรม (ความเสมอบ่า เสมอไหล่ทางวัฒนธรรม) กับ วัฒนธรรมที่มีสูงกว่ากับวัฒนธรรมที่ต่ำกว่าแต่อย่างใด แต่ในความหมายของวัฒนธรรมที่รู้หรือยอมรับกันในระดับหนึ่ง กับวัฒนธรรมที่มีอยู่หลายๆ ระดับและหลากหลายสัมพันธภาพ ซึ่งความหลากหลายทางวัฒนธรรมมีความหมายลึกถึงการใช้ทรัพยากรที่ต่างกัน มนุษย์จึงต้องมีการเปลี่ยนแปลง แลกเปลี่ยน

วัฒนธรรมเป็นสิ่งที่ไม่มั่นคงที่หรือใช้เฉพาะในสังคมหนึ่งเท่านั้น

ในปัจจุบันมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการขนส่งคมนาคม  ทำให้การเผยแพร่วัฒนธรรมกระทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้นกระบวนการนี้เรียกว่า การเผยแพร่วัฒนธรรมกระทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้นกระบวนการนี้เรียกว่าการเผยแพร่หรือการกระจายทาวัฒนธรรม วัฒนธรรมชาตินิยมตะวันตกที่มีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมไทยโปรตุเกส เป็นชาติตะวันตกชาติแรกที่เข้ามาในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 นำวัฒนธรรมการทำปืนไฟ การสร้างป้อมต่อต้านปืนไฟ ยุทธวิธีทางการทหาร การทำขี้ผึ้งรักษาแผล การทำขนมฝอยทอง ขนมฝรั่ง เป็นทหารอาสาสมัยพระชัยราชาธิราช รบกับพม่า 120 คน ฮอลันดาเข้ามาสมัยในสมัยพระนเรศรวรมหาราช อาคารที่ฮอลันดาสร้าง ไทยเรียกว่า “ตึกวิลันดา” นำอาวุธปืนมาขาย รวมทั้งเครื่องแก้ว กล้องยาสูบ เครื่องเพชรเครื่องพลอย ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชก็ทรงพอพระทัยแว่นตา และกล้องส่องทางไกลจากฮอลันดา อังกฤษ เข้ามาในราชสำนักสมัยพระเอกาทศรถ มุ่งทางด้านการค้า แต่สู้ฮอลันดาไม่ได้ เช่น ยอร์ช ไวท์ มีต่ำแหน่งเป็นออกหลวงวิชิตสาครส่วนแซมมวลไวท์ได้เป็นนายท่าเมืองมะริดฝรั่งเศสเข้ามาสมัยพระนารายณ์มหาราช เพื่อเผยแผ่ศาสนาคริสต์ คณะบาทหลวงได้นำความรู้ด้านการแพทย์ การศึกษา การทหาร ดาราศาสตร์ การวางท่อประปา การสร้างหอดูดาวที่ลพบุรีและอื่น ๆ อีกหลายแห่ง ในสมัยอยุธยาตอนปลายความสัมพันธ์กับชาติตะวันตกลดลงและหยุดชะงักไปใน สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงปรับปรุงประเทศตามแบบตะวันตกโดยมีการเปิดสัมพันธ์ทางการทูต เพราะตะหนักถึงภยันตรายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เป็นการป้องกันการแทรกแซงภายใน วัฒนธรรมตะวันตกจึงเริ่มผสมผสานจนเป็นที่ยอมรับและเข้ามามีบทบาทในด้านต่าง ๆ ดังนี้ การเมืองการปกครอง รับเอาประเพณี ค่านิยม วัฒนธรรม

การถ่ายโอนทางวัฒนธรรมที่มีผลต่อการพัฒนาเทคโนโลยี

วัฒนธรรมไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ภาษา ศิลปะ หรือ พิธีกรรม เมื่อมีการติดต่อกับคนอื่นๆ ในสังคม ไม่ว่าจะเป็นสังคมที่ใกล้ หรือว่าไกลออกไป ย่อมมีการส่งต่อและรับวัฒนธรรมเข้ามา ภายต่อมาจึงเกิดการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมของตนเองและวัฒนธรรมของที่รับมา เช่น คนไทยนิยมรับประทานอาหารประเภทก๋วยเตี๋ยว ซึ่งเป็นอาหารจากวัฒนธรรมจีน การใช้กินแฮมเบอรเกอร์ ซึ่งมาจากวัฒนธรรมตะวันตก ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศที่เป็นสังคมกสิกรรมมาแต่โบราณ วัฒนธรรมเหล่านี้จึงเป็นเรื่องของความแปลกใหม่ และมองดูเหมือนเป็นตัวแทนเแห่งความแปลกใหม่ ทันสมัยและความโก้หรู เมื่อมีการถ่ายโอนวัฒนธรรมจากต่างชาติเข้ามา การใช้ชีวิตประจำวันไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเครื่องมือ ระเบียบการแต่งตัว การพูดจาวัฒนธรรมหรือภาษา มารยาททางสังคม และค่านิยมการใช้ชีวิต รวมไปถึงเรื่องของเทคโนโลยีเพื่ออำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยีเรื่องการผลิตในระบบอุตสาหกรรม เทคโนโลยีการสื่อสารและสารสนเทศ เทคโนโลยีการคมนาคมและการขนส่ง ล้วนมีผลต่อพฤติกรรมคนไทยในการดำรงชีวิต และกระแสของสังคมของไทยทั้งสิ้น เมื่อมีความต้องการทางค่านิยมทางสังคมและวัตถุสูง ย่อมมีการจัดหาสินค้าและบริการต่าง ๆ ให้ทันต่อความต้องการในแต่ละวันมากขึ้น จีงนำไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยี และกระบวนการผลิตต่างๆ เพื่อสนองพฤติกรรมของผู้รับที่มากขึ้น เพื่อให้การดำเนินการต่าง ๆ สะดวกและรวดเร็ว เป็นที่น่าตกใจที่ความรวดเร็วนี้เอง วัฒนธรรมต่างชาติไหลเข้ามาผสมกับวัฒนธรรมไทยจนแทบจะกลายเป็นเรื่องเดียวกัน เนื่องจากเทคโนโลยีการสื่อสารที่ก้าวไปตามความต้องการของคนที่กระหายสิ่ง ใหม่ ๆ (แฟชั่น) ตัวตนของเราจึงเริ่มเลือนจึงแทบจะแยกแยะไม่ได้ว่าเราห่างมากจากวัฒนธรรมเก่า ของเราสักเพียงไหน เพราะทุกวันเราก็บริโภควัฒนธรรมที่มาจากต่างชาติเกือบทั้งสิ้น และมีการรับเทคโนโลยีใหม่ๆก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมที่เหมาะสม ไม่ใช่ยัดเยียดโดยขาดจิตสำนืก

“สื่อ” ถือเป็นกระจกสะท้อนสภาพของสังคม

“สื่อ” ถือเป็นกระจกสะท้อนสภาพของสังคม เปรียบเสมือนเครื่องมือที่มีบทบาทสำคัญต่อการสร้างค่านิยม เจตคติ การรับรู้ของประชาชนในสังคม และมียังผลต่อการสร้างอัตลักษณ์ของชาติ สื่อนำเสนอข้อมูลข่าวสารออกมาในลักษณะใด สภาพสังคมย่อมแสดงออกมาในลักษณะนั้นเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น ถ้าประเทศไทยมีการใช้สื่อเป็นเครื่องมือในการถ่ายทอดวัฒนธรรมอันดีงาม โดยการนำเสนอผ่านแง่มุมของครอบครัว มิตรภาพ คุณธรรม และความรักที่สวยงาม นำไปสู่การสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศในสายต่อของคนต่างชาติ สะท้อนให้ผู้ชมรับรู้ถึงความอ่อนโยนของวัฒนธรรมของเรา ก็อาจทำให้เกิดเป็นกระแส “ไทยฟีเวอร์” ในหลายประเทศทั่วโลก ได้เหมือนกับกระแสฟีเวอร์ของประเทศอื่นๆ ได้เหมือนกัน ในภาวะที่เราต้องใช้ชีวิตประจำวันอยู่ในสังคมบริโภคนิยมข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสินค้า ผลิตภัณฑ์ บริการต่างๆ ตลอดจนความเชื่อค่านิยม อีกทั้งด้านการบ้านการเมืองไหลบ่าถาโถมเข้าใส่เราจนตั้งตัวไม่ติด มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องมี “สติและปัญญา” ในการเลือกรับข่าวสาร ไตร่ตรอง และใช้ข้อมูล เหล่านั้นให้เกิดประโยชน์ คนที่รู้เท่าทันสื่อ จะมีทางเลือกมากขึ้นในการบริโภคและการใช้ชีวิตประจำวัน เพราะรู้ว่าจะจัดการกับสื่อและสารต่างๆ ที่ถาโถมเข้ามาหาเราด้วยมุมมองแบบไหน (สามารถต่อรองกับด้านลบของสื่อ และนำเอาด้านบวกจากสื่อมาใช้) ยิ่งกว่านั้น การรู้เท่าทันสื่อยังเป็นการเพิ่มพลังและอำนาจให้แก่ตัวเอง ในการควบคุมความเชื่อและพฤติการณ์ส่วนตัวของเราได้ เช่น ไม่เชื่อตามโฆษณา ว่าคุณค่าหรือความงามอยู่ที่ผิวขาวหรือผมสวย จึงไม่จำเป็นต้องซื้อสินค้าด้วยเหตุผลนั้น แต่ดูคุณภาพและประโยชน์จริงๆ ของสินค้า เป็นต้น การรู้เท่าทันสื่อ ยังนำไปสู่การตระหนักในสิทธิการสื่อสารของประชาชนและทำให้เราสามารถสื่อสารได้อย่างสร้างสรรค์ ซึ่งเท่ากัับเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับโครงสร้างประชาธิปไตยของสัมคมอีกด้วย